ภาพกิจกรรม
ทั้งหมด (16)
จำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิง (4)
ผลงานที่ผ่านมา (10)
สินค้าไม่มีหมวดหมู่ (2)
เข้าสู่ระบบ
Update
Dry Chemical.html Dry Chemical
รับข่าวสารทางอีเมล
Facebook
แท็ก
อบรมดับเพลิงขั้นสูง อบรมดับเพลิง อบรมดับไฟ ไฟมีทั้งหมดกี่ประเภท การดับเพลิงขั้นพื้นฐาน สำหรับนักผจญเพลิงในอาคาร การขอคืนภาษี การดับเพลิงขั้นพื้นฐาน กฏหมายเกี่ยวกับการอบรมดับเพลิง
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 122/2545 (การขอคืนภาษี อบรม )
โดย : admin | เมื่อ : 2015-10-12 13:59 | เข้าชม : 607

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 122/2545

ภาษี เงินได้ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่ได้จากการประกอบกิจการสถานศึกษาและที่ได้จากการประกอบกิจการ สถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึก อบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล


             ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่ได้จากการประกอบกิจการสถานศึกษา และที่ได้จากการประกอบกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน และให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้น ส่วนนิติบุคคลนั้นเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรม วิชาชีพที่ทางราชการจัดตั้งขึ้น หรือสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งเป็นสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด โดยการให้บริการการศึกษา หรือฝึกอบรมต้องเป็นการศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 และพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 288) พ.ศ. 2538 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น โดยหลักสูตรที่ใช้ฝึกอบรมลูกจ้างต้องเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาฝีมือ แรงงานของลูกจ้างและได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้างแต่ละคนต้องเป็นไปตามอัตราที่ได้รับอนุมัติ จากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 60) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับ เงินได้ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2539 นั้น
            เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือ สถานฝึกอบรมวิชาชีพ หรือได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลนั้น กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
            ข้อ 1  กรณี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมเพื่อ พัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันตามหลักเกณฑ์ดังต่อ ไปนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับ
                  (1) กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียน เอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดม ศึกษาเอกชน แต่ไม่รวมถึงรายได้จากการขายของ การรับจ้างทำของหรือการให้บริการอื่นใดที่ได้รับจากผู้ซึ่งมิใช่นักเรียน หรือนักศึกษาของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว
                      ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จะต้องมิได้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดม ศึกษาเอกชน
                  (2) กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน
                      ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จะต้องมิได้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน
            ข้อ 2  กรณี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธินำไปถือเป็นรายจ่ายในการ คำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร
                  (1) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษา หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของทางราชการ ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ
                  (2) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษา หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชน ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ
                  (3) ค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตน (In-house Training) โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นดำเนินการฝึกอบรมเอง หรือว่าจ้างให้สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของทางราชการ หรือสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชนดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้าง ของตน
                  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของ ทางราชการ หรือสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชน จะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้น ส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว
                  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายค่าใช้จ่ายตาม (1) ถึง (3) ไปจริง เช่น คำสั่งของนายจ้างให้ส่งลูกจ้างไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรม คำสั่งของนายจ้างให้จัดการฝึกอบรม และใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพ
            ข้อ 3  กรณี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อพัฒนา คุณภาพ ความรู้ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับ เงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538
                  (1) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษา หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่ทางราชการจัดตั้งขึ้น ซึ่งต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว
                  (2) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาตาม กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว
                  สถานศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการศึกษาในระดับที่ ต่ำกว่าอุดมศึกษา หรือต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยสำหรับ การศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการสำหรับ โรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือต้องจัดการฝึกอบรมเป็นการทั่วไป (Public Training) ตามหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ ได้จัดขึ้น
                  สถานฝึกอบรมวิชาชีพตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดการฝึกอบรมเป็นการทั่วไป (Public Training) เพื่อให้บริการฝึกอบรมไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาชีพใด
            ข้อ 4  ค่าใช้จ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายให้แก่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพตามข้อ 2 ประกอบด้วย
                  (1) ค่าใช้จ่ายการศึกษาที่เป็นค่าเล่าเรียน ค่าลงทะเบียน หรือค่าบำรุง
                  (2) ค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมที่เป็นค่าธรรมเนียมเข้าอบรม หรือค่าลงทะเบียน
                  ค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึง ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง เพื่อเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมและค่าใช้จ่ายในการดูงานในประเทศหรือต่าง ประเทศตามที่กำหนดในหลักสูตร (ถ้ามี) ที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพได้เรียกเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลด้วย
                  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องมีใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่ออกให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่าย การฝึกอบรม เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
                  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จ่ายค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมให้แก่สถานศึกษาตามกฎหมาย ว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้ จ่ายตาม (1) และ (2) ตามแบบที่แนบท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545
            ข้อ 5  กรณี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 288) พ.ศ. 2538
                  (1) หลักสูตรที่ใช้ฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างและได้รับการ รับรองจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้างแต่ละคนนั้นต้องเป็นไปตามอัตราที่ได้รับ อนุมัติจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
                  (2) ลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรมต้องเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน
                  (3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานลูกจ้าง ของตนต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรมนั้นกลับเข้าทำ งานให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากการฝึกอบรมเสร็จสิ้น
                  (4) วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในการฝึกอบรมตามหลักสูตรตาม (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องกำหนดลักษณะ ขนาด และคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อมิให้ปะปนกับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ใน การประกอบกิจการตามปกติของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
            ข้อ 6  กรณี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรม ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ตามข้อ 2 ถึงข้อ 5 ไม่ถือเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็น เงินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ลูกจ้างแต่ละคนจึงไม่ต้องนำค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมในส่วนของตน ไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด


Link Reference : http://www.rd.go.th/publish/13501.0.html

 

 

 

สั่ง ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545

 

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

 

อธิบดีกรมสรรพากร


แสดงความคิดเห็น
NFPA Free Access Widget